News

ฝรั่งเศสเตรียมเพิ่มคุมเข้ม หลังติดโควิดอีกเกือบ 1.9 หมื่นคน

รัฐบาลฝรั่งเศสพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่วันเดียวเกือบ 19,000 คน เป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่แพร่ระบาด ขณะที่ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง “เตรียมเพิ่มความเข้มงวด” ในพื้นที่ซึ่งมีอัตราการติดเชื้อสูง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ว่ากระทรวงสาธารรสุขของฝรั่งเศสรายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด คือจนถึงช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น ว่าสถิติสะสมของผู้ติดเชื้อมีจำนวน 653,509 คน เพิ่มขึ้น 18,746 คน เป็นสถิติรายวันสูงสุดนับตั้งแต่พบผู้ป่วยคนแรก เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจากสถิติเมื่อวันอังคาร ซึ่งยืนยันผู้ป่วย 10,489 คน
 
ขณะที่ในรอบวันเดียวกันมีผู้ได้รับการรักษาหายอีก 498 คน เพิ่มสถิติสะสมของผู้ที่หายป่วยเป็นอย่างน้อย 99,793 คน แต่มีผู้เสียชีวิตอีก 80 คน สูงกว่าค่าเฉลี่ยของการพบผู้เสียชีวิตในรอบ 7 วันล่าสุดซึ่งอยู่ที่ 71 คน ส่งผลให้ตอนนี้ฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 สะสมอยู่ที่อย่างน้อย 32,445 คน
 
ด้านประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ยังคงปฏิเสธการกลับมาบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั้งประเทศเป็นครั้งที่ 2 แต่ยอมรับว่าสถานการณ์ตอนนี้บ่งชี้ว่า รัฐบาล “ต้องเพิ่มมาตรการบางอย่าง” เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดของเชื้อโรค “ไม่ให้เร็วมากไปกว่านี้” โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งมีอัตราการติดเชื้อสูง ซึ่งนายโอลิวิเยร์ เวร็อง รมว.กระทรวงสาธารณสุข และนายบรูโน เลอ แมร์ รมว.กระทรวงเศรษฐกิจ จะแถลงรายละเอียดทั้งหมดในช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีที่ 8 ต.ค. นี้ตามเวลาท้องถิ่น
 
อนึ่ง รัฐบาลฝรั่งเศสประกาศให้กรุงปารีสและเขตรอบนอกถือเป็นพื้นที่ “สีเลือดหมู” ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดของการกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา เป็นเมืองที่ 2 ต่อจากเมืองมาร์แซย์ และหมู่เกาะกัวเดอลุป ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่ในทะเลแคริบเบียน ต่อจากเมืองมาร์แซย์ที่บังคับใช้มาตรการดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยบาร์ทุกแห่งในกรุงปารีสต้องปิดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ